เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกพ่ายนิวคาสเซิ่ลจ่อตามลิเวอร์พูล7แต้ม

แมนซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จังหวะคุ้มครองแชมป์ยากขึ้นอีกข้างหลังบุกพ่ายแพ้ นิวติดอยู่สเซิ่ล 1-2 หากแม้กองทัพ “เรือใบสีฟ้า” ออกนำเร็วตั้งแต่ 24 วินาทีแรกจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ แม้กระนั้นไม่ช่วย ทำให้แต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนเหมือนเดิมตามหลัง หัวหน้าฝูง หงส์แดง 4 แต้ม รวมทั้งแข่งขันมากยิ่งกว่า 1 นัดหมาย ในศึกบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารก่อนหน้านี้
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม สาลิกาดง ชั้น 17 ใกล้กับพื้นที่ตกชั้น พาทีมแพ้ วัตฟอร์ด 0-2 เกมปัจจุบันในไม่เข้ารอบ 4 เอฟเอ คัพ เป็นที่เป็นระเบียบ ส่วนฟอร์มในลีกนัดหมายปัจจุบันพวกเขากระหน่ำ คาร์ดิฟฟ์ ไปกระจัดกระจาย 3-0

ในขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมฟุตบอล เรือใบสีฟ้า พาทีมเดินหน้าเก็บชัยได้สม่ำเสมอโดยปัจจุบันในเอฟเอ คัพ รอบ 4 เปิดบ้านกระหน่ำ เบิร์นลี่ย์ กระจาย 5-0 ส่วนในลีกชนะมา 4 เกมรวดอาทิตย์ก่อนบุกไปอัด ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ 3-0

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกปราชัยนิวติดอยู่สเซิ่ลจ่อตามหงส์แดง7แต้ม
เกมเริ่มได้ 24 วินาที “เรือใบสีฟ้า” ทะยานออกนำอย่างเร็วจากการโยนยาวกึ่งกลางสนามของ ดาบิด สิลบา ให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนตัดเข้ากึ่งกลางหยอดไปเสาสองให้ ดาบิด สิลบา ที่เพิ่มขึ้นมาช่วยแต่ว่าจังหวะในที่สุดดันลื่นไปปะทะกับ มาร์ติน มองบราฟก้า โชคดีบอลหลุดมาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ เอียงตัวแปร์ด้วยซ้ายตุงตาข่าย นิวค้างสเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

นาทีที่ 13 นิวติดอยู่สเซิ่ล ได้ช่องทักคราวแรกจาก อาโยเซ่ เปเรซ ตัดบอลได้จาก ดานิโล่ ก่อนลากเข้าพื้นที่อันตรายได้ทดลองซัดด้วยขวาแต่ว่าบอลยังค่อยผ่านหน้าทางออกไป isc888

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกแพ้นิวติดอยู่สเซิ่ลจ่อตามหงส์แดง7แต้ม
ถัดมาอีก 3 นาที เซร์คิโอ อเกวโร่ จ่ายบอลไปซุกตูดตาข่ายจากการเล่นลูกฟรีคิกเร็วของ เควิน เดอ บรอยน์ แต่ว่าผู้ตัดสินไม่ให้ประตู แถมให้ใบเหลือง เควิน เดอ บรอยน์ เนื่องจากว่าไม่คอยเสียงนกหวีด

นาทีที่ 21 “สาลิกาดง” สวนกลับอีกรอบจาก อาโยเซ่ เปเรซ ลากฝ่าขึ้นมาทางขวามือก่อนครอสเข้ากึ่งกลางให้ ซาโลม่อน รอนดอน พักบอลให้ คริสเตียน อัตซู ใส่มาซัดด้วยซ้ายยังดีที่จอห์น สโตนส์ ตามมาบล็อคได้ทัน

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกแพ้นิวติดอยู่สเซิ่ลจ่อตามหงส์แดง7แต้ม
ก่อนหมดเวลา 2 นาที “เรือใบสีฟ้า” แทบบวกสกอร์เพิ่มจากการเปิดทางฝั่งซ้ายของ ดานิโล่ ให้ ลีรอย ซาเน่ แทรกขึ้นกระแทกแต่ว่าโดนไม่ดีบอลตกหน้าประตูแล้วก็เป็น ดาบิด สิลบา ได้ก้มโหม่งซ้ำย้ำๆก็ยังไม่ดีพอเพียงผ่าน ฟลอร็องต์ เลอจูเน่ ที่ยืนขวางเอาไว้ได้

หมดครึ่งเวลาแรก นิวติดอยู่สเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกปราชัยนิวติดอยู่สเซิ่ลจ่อตามหงส์แดง7แต้ม
ผ่านมา 15 นาทีของช่วงหลัง “เรือใบสีฟ้า” ยังมิได้ประตูเพิ่มแถมได้โอกาสยิงเพียงแต่ครั้งเดียว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่คอยช้าส่ง กางร์ท้องนาร์โด้ สิลวา ลงสู่สนามแทน เควิน เดอ บรอยน์ ที่มีจังหวะฟาวล์บ่อยเสี่ยงโดนใบแดง

แต่ว่าแล้วนาทีที่ 66 “สาลิกาดง” ตามตีเสมอจนได้จากลูกครอสทางฝั่งซ้ายของ แม็ตต์ ริทชี่ แนวรับ แมนฯ ซิตี้ สะสางไม่ขาดบอลเข้าทาง ไอซัค เฮย์เด้น โหม่งหนุนเข้ากึ่งกลางประตูแล้วก็เป็น ซาโลม่อน รอนดอน ชิงจังหวะทิ้งตัวยิงบอลกระเด้งพื้นเสียบตาข่ายสวย นิวติดอยู่สเซิ่ล 1 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกแพ้นิวค้างสเซิ่ลจ่อตามหงส์แดง7แต้ม
นาทีที่ 75 “เรือใบสีฟ้า” คลาดโอกาสขึ้นนำโดยเป็น ดานิโล่ เพิ่มเติมขึ้นมาซัดจากลูกสูตรฟรีคิกของ กางร์ที่นาร์โด้ สิลวา บอลพุ่งแรงได้ลุ้นแม้กระนั้นไปติดข้างหลัง จอห์น สโตนส์ อย่างโชคร้าย

ยังไม่สมใจอีก 3 นาทีถัดมา “สาลิกาดง” มาได้ลูกจุดลูกโทษจากจังหวะ แฟร์นันดินโญ่ พลาดท่าโดน ฌอน ทดลองสตาฟฟ์ อ้อมมาฉกบอลก่อนโดนขัดขาทิ้งตัวลงไป แล้วก็เป็น แม็ตต์ ริทชี่ รับหน้าที่ฆ่าไม่มีพลาด นิวติดอยู่สเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกพ่ายแพ้นิวติดอยู่สเซิ่ลจ่อตามหงส์แดง7แต้ม
จากนั้นหากแม้สมาชิกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บากบั่นรีบเพื่อตามตีเสมอแม้กระนั้นไม่อาจจะเจาะแนวรับ “สาลิกาดง” เข้าไปได้

จบเกม นิวติดอยู่สเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1 โดยกองทัพ “เรือใบสีฟ้า” พ่ายแพ้บอบช้ำอีกทีแต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนตามหลังผู้นำฝูง หงส์แดง 4 แต้ม แล้วก็แข่งขันมากยิ่งกว่า 1 นัดหมาย

รายนามผู้เล่นที่คาดว่าจะลงไปในสนาม

นิวติดอยู่สเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน มองบราฟก้า – เดอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลล์ส, ฟลอร็องต์ เลอจูเน่, แม็ตต์ ริทชี่ – อาโยเซ่ เปเรซ (ฮาเวียร์ มานกีโญ่ น.91), ไอซัค เฮย์เด้น, ฌอน ทดลองสตาฟฟ์, คริสเตียน อัตซู (เคเนดี้ น.87) – ซาโลม่อน รอนดอน

ผู้จัดการทีมฟุตบอล : ราฟาเอล เบนิเตซ

แมนฯสิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ชอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาป๊อร์กต์, ดานิโล่ (อิลคาย กุนโดกัน น.83) – เควิน เดอ บรอยน์ (กางร์ท้องนาร์โด้ สิลวา น.65), แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด สิลบา – ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่ (กาเบรียล เชซุส น.73)

กุนซือ : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์